9 ทฤษฎีสุดเพี้ยนที่ สาวกแฮร์รี่หลงเชื่อหัวปักหัวปำ

สวัสดีค่ะน้องๆ ชาวเด็กดีทุกคน มีใครเป็นเหมือนกันบ้างมั้ยคะ เวลาเราอ่านนิยายที่ชอบมากๆ สักเรื่อง เรามักจะอินจนมโนจิ้นกันไปเองว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงได้เป็นอย่างนี้ ซึ่งพี่เดาว่าพวกเราในที่นี้น่าจะเป็นกันหลายคน ยิ่งถ้าเป็นนิยายฮอตฮิตติดตลาดแล้วนั้น ยิ่งมีผู้ร่วมสนับสนุนความคิดของเราเป็นกองทัพเชียวล่ะ แน่นอนว่ามันอาจนำมาสู่ทฤษฎีบางอย่างที่เราอ่านแล้วอาจจะรู้สึกว่า… อืม มีสิทธิ์เป็นไปได้แฮะ

ซึ่งในวันนี้พี่น้ำผึ้งก็มาพร้อมกับทฤษฎีแฮร์รี่ พอตเตอร์สุดเพี้ยนที่เหล่าสาวกตั้งขึ้น รับรองเลยว่าอ่านจบถึงขั้นต้องอุทานออกมาว่า แบบนี้ก็ได้ด้วยเหรอ?’ แน่นอน บอกเลยว่าแต่ละทฤษฎีนี่เป็นเรื่องเป็นราวมากค่ะ ถ้าอย่างนั้นเรามาดูกันเลยดีกว่าว่าแต่ละทฤษฎีมีอะไรบ้าง จริงจังขนาดไหน เชื่อถือได้หรือเปล่า ถ้าพร้อมแล้วเลื่อนลงมาเลยจ้า 😀

จริงๆ แล้ว มักกอลนากัลเป็นผู้เสพความตาย

แค่อ่านชื่อทฤษฎีก็ถึงกับเบิกตากว้างๆ แล้วร้องฮะ!? จริงอยู่ว่าทฤษฎีนี้ไม่ได้มีหลักฐานที่น่าเชื่อถือมากมายมาพิสูจน์ว่าใช่ แต่บรรดาแฟนๆ หลายคนก็ยังเชื่อว่ามันเป็นจริง ใช่แล้วค่ะน้องๆ ยังมีติ่งแฮร์รี่บางกลุ่มเชื่ออย่างหมดใจว่าศาสตราจารย์มิเนอร์วา มักกอลนากัลเป็นผู้เสพความตายที่ปลอมตัวมา

ทฤษฎีนี้บอกว่ามักกอลนากัลเนี่ยเป็นนักแสดงที่เก่งมาก ขณะเดียวกันเธอก็เป็นคนที่น่าสงสัยว่าจะเป็นผู้เสพความตาย และอาจจะเป็นผู้เสพความตายที่โวลเดอร์มอร์ไว้ใจยิ่งกว่าสเนปอีก ยิ่งไปกว่านั้น เวลาที่กลุ่มแฮร์รี่ทำอะไรก็มักจะเข้ามาขัดขวาง ลงโทษบ้างอะไรบ้าง ไม่เคยเห็นเลยว่าจะซัพพอร์ทแฮร์รี่เลยสักนิด

คนคิดค้นทฤษฎียืนยันว่า นี่ไม่ได้พูดลอยๆ นะ พูดจริงๆ พร้อมแนบหลักฐานยืนยันด้วยจ้า มันข้อความบางส่วนในหนังสือที่คิดว่าน่าจะเป็นคำใบ้ต่างๆ นั่นเอง เช่น Professor McGonagall had a way of making him [Harry] feel he must have done something wrong.  (ศาสตราจารย์มักกอลนากัลมักทำให้แฮร์รี่รู้สึกว่าเขาทำอะไรผิดอยู่เสมอ)  จากแฮร์รี่ พอตเตอร์กับนักโทษแห่งอัซคาบัน

นอกจากนี้ยังมีเหตุการณ์หรือไลฟ์สไตล์ส่วนตัวบางอย่างของศาสตราจารย์มักกอลนากัลที่เป็นหลักฐานสนับสนุน ซึงคนตั้งทฤษฎีก็นำมายืนยันพร้อมกับแสดงความคิดเห็นเล็กๆ น้อยๆ เช่น

  • ตอนที่มักกอลนากัลปรากฏตัวครั้งแรกในภาคศิลาอาถรรพ์ เธอแสดงความเห็นเกี่ยวกับพวกมักเกิ้ลว่าที่จริงพวกมักเกิ้ลก็ไม่ได้โง่ดักดานขนาดนั้น มันทำให้เรารู้เลยว่าจริงๆ แล้วเธอก็รังเกียจมักเกิ้ลเหมือนกับโวลเดอร์มอร์
  • มักกอลนากัลชื่นชอบกีฬาควิดดิชมากๆ ซึ่งมันเป็นกีฬาที่มักก่อให้เกิดความแตกแยกระหว่างบ้าน เธอชอบความร้าวฉาน
  • มักกอลนากัลใช้คาถาแปลงร่างเก่งมาก เธอต้องเป็นผู้เสพความตายปลอมตัวมาแน่นอน
  • มักกอลนากัลไม่เคยสนใจเรื่องความปลอดภัยของแฮร์รี่และเพื่อนๆ ของเขาเลย เห็นได้จากการที่เธอปล่อยให้พวกเด็กๆ ใช้ชีวิตอย่างอิสระและให้เรียนรู้การใช้ชีวิตด้วยตัวเอง การทำแบบนี้เปรียบเหมือนกับการทำให้แฮร์รี่ไม่ปลอดภัย แถมยังเปิดโอกาสให้โวลเดอร์มอร์เข้าใกล้แฮร์รี่ได้ง่ายขึ้นด้วย

ไงล่ะ… อ่านจบแล้วอึ้งไปเลยล่ะสิ นี่พี่ชักเริ่มสงสัยแล้วว่าคนตั้งทฤษฎีเขามีอคติส่วนตัวกับท่านรองศาสตราจารย์หรือเปล่า ทำไมถึงได้มองในแง่ร้ายอย่างนี้ สงสารมักกอลนากัลมากเลย 

จริงๆ แล้ว 
เดรโก มัลฟอยไม่ได้เป็นผู้เสพความตาย
แต่เป็นมนุษย์หมาป่าต่างหาก

นอกจากมักกอลนากัลจะกลายเป็นผู้เสพความตาย คราวนี้เดรโก มัลฟอยขอกลายเป็นมนุษย์หมาป่าด้วยจ้า งานนี้เล่นเอาแฟนๆ ถึงกับอึ้งไปเลยว่ามีทฤษฎีอะไรแบบนี้ด้วยหรอ เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า คนที่ตั้งทฤษฎีนี้ขึ้นมาเนี่ยได้แนบหลักฐานยืนยันว่าเดรโก มัลฟอยเป็นมนุษย์หมาป่าจริงๆ และมันปรากฏอยู่ในหนังสือเล่ม 5 และ 6! 

ส่วนสาเหตุที่ทำให้เดรโกกลายเป็นมนุษย์หมาป่าก็คือ ลูเซียส พ่อของเดรโกเนี่ยแม้จะสนิทสนมกับโวลเดอร์มอร์ แต่เขาก็ไม่ใช่ทาสรับใช้ผู้ซื่อสัตย์มากนัก ทำงานก็มีผิดพลาดบ้างอะไรบ้าง มันเลยทำให้จอมมารสะสมความไม่พอใจนั้นไว้ทีละนิดทีละหน่อย ก่อนจะอัดแน่นอยู่เต็มอกแล้วลงใส่เดรโก ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของลูเซียสเลยทีเดียว พอระเบิดลงปุ๊บ ท่านลอร์ดจึงลงโทษลูเซียสด้วยการส่งลูกสมุน เฟนเรีย เกรย์แบ็ก ผู้เป็นมนุษย์หมาป่าไปทำร้ายร่างกายเดรโก มัลฟอยซะเลย นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ว่าทำไมตอนเดรโกอยู่ในฮอกวอตส์ถึงได้ชอบทำตัวลึกลับซับซ้อน หลบๆ ซ่อนค่ะ

เคลียร์แล้วเนอะกับสาเหตุทำให้เดรโก มัลฟอยกลายเป็นมนุษย์หมาป่า คราวนี้เรามาตอบข้อสงสัยที่ว่าทำไมเดรโกไม่ได้เป็นผู้เสพความตายกันเถอะ ซึ่งก็มีแฟนๆ หลายคนพยายามหาหลักฐานมาสนับสนุนทฤษฎีนี้ ไม่ว่าจะเป็น

  • ในตอนต้นของหนังสือเล่ม 6 เจ้าชายเลือดผสม แฮร์รี่ที่ซ่อนตัวอยู่ในร้านบอร์เจ็นและเบิร์กเห็นเดรโกขู่บอร์เจ็นพร้อมโชว์อะไรบางอย่างที่อยู่บนแขนของเขา แฮร์รี่เดาว่ามันน่าจะเป็นตรามาร แต่แฮร์รี่ก็แค่เดาเพราะไม่เคยเห็นมัน ซึ่งแฟนๆ บอกว่าการเดาของแฮร์รี่นั้นน่าจะผิดนะ เพราะถ้าแฮร์รี่ได้คุยกับเฮอร์ไมโอนี่ เฮอร์ไมโอนี่จะต้องบอกว่า “เป็นไปไม่ได้หรอกแฮร์รี่ มัลฟอยไม่ได้เป็นผู้เสพความตายสักหน่อย” แน่นอน ซึ่งสาวเฮอร์ถูกเสมอ!!!
  • อีกหนึ่งเหตุผลที่แฟนๆ คิดว่าน่าจะเป็นหลักฐานยืนยันว่าเดรโกไม่ได้เป็นผู้เสพความตาย นั่นคือโวลเดอร์มอร์ไม่เคยปฏิบัติกับเดรโกเหมือนกับที่เขาปฏิบัติกับผู้เสพความตายคนอื่นๆ

อ่านแล้วก็รู้สึกว่า เออเนอะ เชื่อมโยงแบบนี้กันก็ได้ด้วย สงสัยสอบ GAT ไทยได้เต็ม 150 แน่นอนเลย มีความจิ้นต่อกันเองด้วย  โธ่… อยู่ๆ มัลฟอยที่รักก็ดันกลายเป็นแวร์วูลฟ์เฉยเลย #ร้องไห้หนักมาก

จริงๆ แล้ว รอนคือดัมเบิลดอร์

ขอยกให้เป็นทฤษฎีแบบนี้ก็ได้ด้วยเหรอที่แท้ทรู เล่นเอาพี่น้ำผึ้งถึงกับกุมขมับเลยทีเดียวเชียวค่ะ เมื่อเหล่าแฟนคลับบอกว่า “แท้จริงแล้วรอนคือดัมเบิลดอร์ต่างหาก” เท่านั้นยังไม่พอ พวกเขายังบอกอีกว่าดัมเบิลดอร์คือรอนในอนาคต ซึ่งดัมเบิลดอร์ได้ย้อนเวลากลับมาเพื่อเป็นรอนนะ ไงล่ะ งงได้อีก ว่ากันว่ามีหลักฐานมากมายที่สนับสนุนทฤษฎีนี้ ไม่ว่าจะเป็นลักษณะของตัวละครหรือรสนิยมความชอบส่วนบุคคลที่ทั้งรอนและดัมเบิลดอร์ต่างก็มีคล้ายๆ กัน ได้แก่

  • ทั้งคู่มีผมสีแดงเหมือนกัน
  • ทั้งคู่ชอบลูกกวาดและช็อคโกแล็ต
  • ทั้งคู่บาดเจ็บที่ขาข้างซ้ายเหมือนกัน แถมเป็นตำแหน่งเดียวกันซะด้วย
  • ทั้งคู่ชอบเขียนหนังสือด้วยลายมือตัวใหญ่ๆ เหมือนกัน

นอกจากนี้ยังมีหลักฐานที่ชัดเจนซึ่งปรากฏอยู่ในหนังสือแฮร์รี่ พอตเตอร์กับศิลาอาถรรพ์ด้วยจ้า เช่น ดัมเบิลดอร์กับรอนมักจะชื่นชอบของหวาน ดัมเบิลดอร์เคยเสนอเลม่อนเชอร์เบ็ตให้แก่ศาสตราจารย์มักกอลนากัล ขณะที่รอนแนะนำให้แฮร์รี่รู้จักกับบรรดาลูกกวาดและขนมหวานทั้งหลายที่มีอยู่ในโลกเวทมนตร์

อีกเหตุการณ์หนึ่งก็คือตอนที่เหล่าสามสหายจะไปเอาศิลาอาถรรพ์ค่ะ พวกเขาได้เจอกับด่านหมากรุก ซึ่งรอนเลือกที่จะควบคุมทั้งหมากอัศวินและหมากพระราชา ซึ่งแฟนๆ บอกว่าจริงๆ แล้วไอ้เจ้าหมากรุกนี่เปรียบเสมือนกับสงครามระหว่างความดีและความชั่วที่ขับเคลื่อนวรรณกรรมชุดนี้ ส่วนรอนเปรียบเสมือนอัศวินเพื่อคอยสนับสนุนแฮร์รี่ พอตเตอร์ เพื่อนของเขา และดัมเบิลดอร์เปรียบเสมือนพระราชาที่คอยควบคุมและจัดการทุกสิ่งทุกอย่าง

เนื้อเพลงวีสลี่ย์คือราชาของเรา

และท้ายสุด บรรดาแฟนๆ ต่างพากันลงความเห็นว่าเพลงวีสลี่ย์คือราชาของเราก็เป็นหนึ่งในหลักฐานชั้นดีที่สนับสนุนทฤษฎี “รอนคือดัมเบิลดอร์” เนื่องจากมีเนื้องเพลงบางท่อนที่ร้องว่า “วิสลี่ย์เกิดจากถังขยะ (Weasley was born in bin)” ซึ่งคำว่า bin เป็น prefix ในภาษาละตินที่แปลว่าสอง เป็นการบอกเป็นนัยๆ เลยว่ารอนเกิดสองครั้งค่ะ

โอ้โห พอพี่อ่านทฤษฎีจบนี่ถึงกับหัวเราะเครียดๆ เลย ไอเดียแจ่มมากเลยค่ะสาวกแฮร์รี่ขา แล้วอย่างนี้ตอนที่เจ.เค.บอกว่าดัมเบิลดอร์เป็นเกย์ แถมรอนยังแต่งงานกับเฮอร์ไมโอนี่และมีลูกด้วยกันถึงสองคน แสดงว่าดัมเบิลดอร์และรอนต้องเป็นไบสินะคะ น้องๆ คิดว่ายังไงล่ะ? 

จริงๆ แล้ว ครุกแชงก์คือลิลลี่ พอตเตอร์

ถ้ารอนเป็นดัมเบิลดอร์ได้ แล้วทำไมแม่ของแฮร์รี่จะเป็นแมวเหมียวครุกแชงก์ไม่ได้ เนื่องจากครุกแชงก์มีที่มาที่สุดแสนจะลึกลับซับซ้อน พวกเราไม่ค่อยรู้หรอกว่าแมวตัวนี้มันมาจากไหน เหตุใดสาวเฮอร์ถึงเลี้ยงมัน แฟนๆ แฮร์รี่เลยพากันตั้งทฤษฎีมากมายที่เกี่ยวกับแมวของเฮอร์ไมโอนี่ ซึ่งพี่รวบรวมมาฝากน้องๆ แล้วค่ะ

ตอนแรกก็มีคนบอกว่าจริงๆ แล้วครุกแชงก์คือลิลลี่ พอตเตอร์ที่กลับชาติมาเกิด เพราะว่าครุกแชงก์มีขนสีแดงและมีตาสีเขียว แถมครุกแชงก์ยังไม่ชอบสแค็บเบอร์ (หรือปีเตอร์ เพ็ตติกรูว์) ที่เป็นหนูของรอนอีกด้วย (ซึ่งจอันที่จริงแมวมันชอบไล่จับหนูอยู่แล้วไม่ใช่หรือไง ดูอย่างทอมแอนด์เจอร์รี่สิ)

แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ยังมีคนค้านว่าลิลลี่ไม่ได้กลับชาติมาเกิดเป็นครุกแชงก์นะ แต่ครุกแชงก์เป็นแมวของลิลลี่มาก่อนต่างหาก!! ซึ่งทฤษฎีนี้มีหลักฐานที่ชัดเจนมากกว่าที่บอกว่าลิลลี่คือครุกแชงก์ด้วยนะ พวกเขาอ้างอิงมาจากหนังสือแฮร์รี่ พอตเตอร์กับเครื่องรางยมทูตว่า แม่ของแฮร์รี่เลี้ยงแมวไว้ นักอ่านบางคนจึงเชื่อว่าเจ้าแมวหายตัวไปหลังจากที่โวลเดอร์มอร์บุกเข้าไปในบ้านพอตเตอร์ แล้วแมวก็เป็นสัตว์ฉลาด มันเลยรีบหาทางไปพบเฮอร์ไมโอนี่ เพื่อนของแฮร์รี่ พอตเตอร์ให้ได้ ซึ่งอันนี้ค่อยน่าเชื่อถือหน่อย… ถ้าตัดประโยคหลังออกนะ

นอกจากนี้ยังมีอีกทฤษฎีที่ค่อนข้างน่าเชื่อถือ นั่นคือ ครุกแชงก์เป็นลูกครึ่งแมวเนียเซิล สำหรับใครที่ไม่รู้จักว่าเนียเซิลคืออะไร ที่จริงแล้วมันคือสัตว์วิเศษค่ะ ลักษณะเหมือนแมวแต่มีหางเป็นสิงโต แล้วเนียเซิลก็เป็นสัตว์ที่ฉลาดมากๆ ด้วย ดังนั้นจึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมครุกแชงก์ถึงเป็นแมวฉลาด

จริงๆ แล้ว จินนี่ทำเสน่ห์ใส่แฮร์รี่

เคยสงสัยกันบ้างมั้ยคะว่าทำไมอยู่ๆ แฮร์รี่ถึงได้ตกหลุมรักจินนี่ วีสลี่ย์หัวปักหัวปำ มันต้องมีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่แน่นอนเลย เรื่องนี้บรรดาแฟนๆ ได้ตั้งข้อสันนิษฐานว่าจินนี่ต้องทำเสน่ห์ใส่แฮร์รี่ชัวร์ๆ ก็แหม หลงรักแฮร์รี่ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอ ใกล้แค่นี้แต่เขากลับไม่หันมามองบ้างเลย วันๆ เอาแต่ชอบคนไกลตัว สาวจินนี่คงต้องมีน้อยใจกันบ้างแหละ พอไม่รู้จะทำยังไงเลยทำเสน่ห์ใส่ซะเลย

ทฤษฎีนี้ก็พอจะมีหลักฐานอยู่บ้างนะคะ โดยนักอ่านบางส่วนได้บอกว่า มีความเป็นไปได้มากเลยที่จินนี่จะใช้น้ำยาทำให้หลงรัก (Love Potion) เพราะมอลลี่เคยอนุญาตให้จินนี่ใช้น้ำยาทำให้หลงรักได้ แถมพี่ชายฝาแฝด เฟร็ด-จอร์จเองก็ปรุงน้ำยาทำให้หลงรักขายด้วย ซึ่งจินนี่อาจจะได้รับอนุญาตให้ใช้ นอกจากนี้ในเล่มที่ ยังมีฉากที่จินนี่สนอกสนใจน้ำยาทำให้หลงรักด้วยค่ะ แต่ก็อีกนั่นแหละ ไม่รู้ว่าข้อสันนิษฐานนี้จะเป็นยังไง แต่ฟังดูก็แอบสมเหตุสมผลเหมือนกันนะ แล้วน้องๆ ล่ะคะคิดว่ายังไง?

จริงๆ แล้ว มักเกิ้ลเคยรบกับพ่อมด

แถมชนะด้วย

บรรดาสาวกแฮร์รี่ พอตเตอร์ต่างพากันตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับพล็อตหลักของนิยายเรื่องนี้ด้วยคำถามที่ว่า “ทำไมเหล่าผู้วิเศษต้องปิดบังตัวเองจากมักเกิ้ลด้วย?” ในเมื่อชาวผู้วิเศษมีทั้งพลังและเวทมนตร์ที่เหนือกว่ามนุษย์ตั้งเยอะ

แต่จะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม มีความเป็นไปได้ว่าสมัยก่อน กระทรวงเวทมนตร์เป็นหนึ่งในกระทรวงของทางรัฐบาลอังกฤษ แล้วอยู่ๆ พวกเขาก็ดันไม่ลงรอยกัน อาจด้วยเป็นเพราะฝ่ายพ่อมดเถียงไม่ชนะฝ่ายมักเกิ้ลหรืออะไรก็แล้วแต่ แต่มันนำมาสู่สงครามระหว่างมักเกิ้ลและเหล่าผู้วิเศษในช่วงยุคกลางซึ่งเป็นยุคล่าแม่มดนั่นเองค่ะ ทางกระทรวงเวทมนตร์ก็เลยรีบเก็บรวบรวมพลังของเหล่าพ่อมดแม่มดไว้และสร้างโลกใหม่ขึ้นมา

เห็นอย่างนี้แล้วก็มีหลักฐานมารองรับด้วยนะ แฟนๆ บอกว่ามีการพูดถึงรัฐบาลอังกฤษเกี่ยวกับเรื่องของการขนส่งมังกรเข้าประเทศในตอนท้ายของหนังสือแฮร์รี่ พอตเตอร์กับถ้วยอัคนีด้วย ซึ่งก็หมายความว่าต้องมีใครบางคนบอกนายกอังกฤษแน่นอน อีกทั้งความจริงที่ว่าพ่อมดยุคนี้ดูเหมือนจะอ่อนแอกว่าพ่อมดยุคก่อนๆ แม้กระทั่งคนที่มีอำนาจมากที่สุดอย่างเช่นดัมเบิลดอร์ เมื่อเทียบกับพ่อมดที่มีชื่อเสียงเช่น ตระกูลเพฟเวอเรลล์ หรือผู้ก่อตั้งฮอกวอตส์ค่ะ

จริงๆ แล้ว เครื่องรางยมทูตมีความลับบางอย่าง

ยังจำนิทานสามพี่น้องอันเป็นที่มาของเครื่องรางยมทูตที่เฮอร์ไมโอนี่อ่านได้มั้ยคะ พี่คนแรกครอบครองไม้กายสิทธิ์เอลเดอร์เพราะอยากมีอำนาจมหาศาลเหนือกว่าปวงชน พี่คนที่สองครอบครองหินชุบวิญญาณเพราะอยากได้คนรักกลับมา ขณะที่น้องคนสุดท้องครอบครองผ้าคลุมล่องหนเพราะอยากมีชีวิตที่สงบสุข ปราศจากยมทูตมารบกวน หลังจากที่เจ.เค.คลอดแฮร์รี่ พอตเตอร์เล่มสุดท้ายออกมา บรรดาแฟนๆ ต่างพากันเชื่อมโยงหลายเรื่องเข้าด้วยกันจนได้ทฤษฎีนี้ขึ้นมา ซึ่งพี่น้ำผึ้งคิดว่าค่อนข้างสมเหตุสมผลมากเลยค่ะ

ทฤษฎีกล่าวไว้ว่า “หนึ่งคนตายเพื่ออำนาจ หนึ่งคนตายเพื่อความรัก และอีกหนึ่ง… เดินไปสู่ความตายอย่างเต็มใจ” แฟนๆ เลยเดากันต่อว่าสามพี่น้องนั้นจะเป็นใครไปไม่ได้เลยนอกจาก โวลเดอร์มอร์ สเนป และแฮร์รี่

โวลเดอร์มอร์ตายเพื่ออำนาจ แฮร์รี่ยอมรับความตาย และสเนปตายเพื่อความรัก

สำหรับโวลเดอร์มอร์ เขาต้องการอำนาจ ต้องการอยู่เหนือความตายทั้งปวง เขาจึงตามหาไม้กายสิทธิ์เอลเดอร์อันนำพาเขาไปสู่ความตาย เหมือนกับพี่คนโตแห่งตระกูลเพฟเวอเรลล์ไม่มีผิด ขณะที่สเนปนั้นโศกเศร้าเสียใจเพราะสูญเสียหญิงอันเป็นที่รักในดวงใจอย่าง “ลิลลี่” เขาทำทุกอย่างเพื่อคนรัก… และแน่นอนว่าก็ตายเพื่อคนรักเช่นกัน เหมือนกับพี่คนที่สองแห่งตระกูลเพฟเวอเรลล์เลยค่ะ 

ตัดภาพมาที่คนสุดท้าย แฮร์รี่ พอตเตอร์ เขาเหมือนกับน้องคนสุดท้ายไม่มีผิด เพราะแฮร์รี่กล้าเดินไปหาความตายอย่างกล้าหาญ ยินดีที่จะสละชีวิตของตน แถมยังมีผ้าคลุมล่องหนอีกด้วย ดังนั้นทั้งสามคนนี้จึงคล้ายคลึงกับสามพี่น้องตระกูลเพฟเวอเรลล์เลย

ยิ่งไปกว่านั้นแฟนๆ ยังตั้งข้อสันนิษฐานเพิ่มเติมอีกว่า ดัมเบิลดอร์ต่างหากที่เป็นสามพี่น้องตระกูลเพฟเวอเรลล์ ตอนยังหนุ่มเขาครอบครองพลังอำนาจไว้มหาศาล หลังจากนั้นไม่นานเขาก็สูญเสียน้องสาวอันเป็นที่รัก รวมทั้งคนรักของเขาด้วย และท้ายสุด ดัมเบิลดอร์อ้าแขนรับความตายอย่างเต็มใจ เรียกได้ว่าเป็นสามพี่น้องโดยแท้ทรูเลยทีเดียว ที่สำคัญดัมเบิลดอร์เป็นคนเดียวที่ครอบครองเครื่องรางยมทูตทั้งสามชิ้นด้วยค่ะ ดังนั้นแล้วทฤษฎีนี้อาจจะจริงก็ได้นะคะน้องๆ

จริงๆ แล้ว ซีเรียสและแฮร์รี่

เป็นญาติทางสายเลือดกัน

นับว่าเป็นอีกหนึ่งทฤษฎีที่น่าสนใจไม่แพ้กัน เมื่อมันแฟนๆ นักอ่านบางคนตั้งข้อสันนิษฐานว่าแฮร์รี่กับซีเรียสมีสิทธิ์เป็นญาติกัน ซึ่งพี่น้ำผึ้งเองก็คิดว่าทฤษฎีนี้มี่ความเป็นไปได้สูงมากค่ะ อ้างอิงจากแผนผังตระกูลแบล็คด้านล่างนี้เลย 

แผนผังตระกูลแบล็ค

จากแผนภาพ เราสามารถเห็นได้ว่ามันมีนามสกุลพอตเตอร์แฝงอยู่ ซึ่งเป็นติ่งเล็กๆ ที่น่าสนใจ เพราะดอร์เรีย แบล็คแต่งงานกับชาร์ลัส พอตเตอร์ และมีบุตรชายด้วยกันหนึ่งคน ซึ่งขอเรียกว่าน้องโนเนมแล้วกัน เพราะไม่ได้ระบุชื่อไว้ จำน้องโนเนมไว้ให้ดีๆ นะคะ เพราะเขาคนนี้นี่แหละที่เป็นส่วนสำคัญสำหรับทฤษฎีนี้

คนที่เชื่อในทฤษฎีนี้อธิบายว่า เนื่องจากในหนังสือไม่ได้ระบุไว้ว่าพ่อของเจมส์ พอตเตอร์เป็นใคร พวกเขาจึงเชื่อว่าน้องโนเนมนี่แหละคือเจมส์ พอตเตอร์!!! แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ทาง Pottermore ได้ออกมาประกาศแล้วว่า “พ่อแม่ของเจมส์คือฟลีมันท์ (Fleamont) และยูฟีเนีย (Euphemia) พอตเตอร์” เล่นเอาดับฝันคนเชื่อทฤษฎีนี้กันเลยทีเดียว แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ พวกเขายังคงเชื่อว่าแม้เจมส์ พอตเตอร์จะไม่ได้เป็นน้องโนเนม แต่ก็อาจจะเป็นหลาน เหลน หรือโหลนของน้องโนเนมก็ได้ค่

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ rita skeeter

จริงๆ แล้ว เจ.เค.โรว์ลิ่งคือริต้า สกีตเตอร์

โอ๊ย #ร้องไห้หนักมาก กับทฤษฎีนี้ ใครหนอช่างคิดซะจริงๆ เลย นอกจากรอนเป็นดัมเบิลดอร์ ลิลลี่เป็นครุกแชงก์ไม่พอ งานนี้คุณแม่เจ.เค.เป็นริต้า สกีตเตอร์ด้วยจ้า เอาเข้าไป เรามาดูกันดีกว่าว่าทฤษฎีนี้นี่มันยังไงกัน ทฤษฎีกล่าวไว้ว่า สกีตเตอร์โกรธมากที่เธอถูกไล่ออกจากงานที่เดลี่พรอเฟ็ต เธอเลยออกมาแฉเรื่องการมีอยู่ของโลกเวทมนตร์ด้วยการเขียนวรรณกรรมชุด “แฮร์รี่ พอตเตอร์” ซะเลย ซึ่งจริงๆ แล้วสกีตเตอร์จะเป็นใครที่ไหนไม่ได้เลยนอกจากเจ.เค.โรว์ลิ่งนั่นเอง อ่านจบแล้วขออนุญาตมองบนนิดนึง แบบนี้ก็ได้ด้วยเหรอเนี่ย!? ขำๆ แล้วกันเนอะน้องๆ ^^

เป็นอย่างไรบ้างคะกับทฤษฎีเจ๋งๆ ที่พี่น้ำผึ้งนำมาฝากน้องๆ ในวันนี้ มีทั้งพอรับได้บ้างกับรับไม่ได้เลยเนอะ ส่วนตัวแล้วพี่น้ำผึ้งชื่นชอบทฤษฎีเครื่องรางยมทูตมากๆ เลยค่ะ พี่รู้สึกว่ามันเป็นข้อเท็จจริงดี ไม่แน่นะ บางทีเจ.เค.อาจจะคิดเหมือนกันกับเราก็ได้ เพราะมันสะท้อนชัดเจนเลยว่าแต่ละคนถูกครอบงำด้วยอะไร ไม่ว่าจะเป็นจอมมารที่มัวเมาในอำนาจ สเนปจมอยู่กับความรักในอดีต ส่วนแฮร์รี่ก็กล้าเผชิญหน้ากับความตาย วิเศษมากๆ เลยค่ะ แล้วน้องๆ ล่ะคะ คิดเห็นยังไงกับทฤษฎีเหล่านี้บ้าง อย่าลืมบอกเล่าให้พี่น้ำผึ้งฟังด้วยนะคะ

 

ขอบคุณรูปภาพจากภาพยนตร์
ขอบคุณข้อมูลจาก

http://unplottables.livejournal.com/46684.html?thread=694364
http://harrypotterfantheories.tumblr.com/
http://www.dracomalfoyisawerewolf.com/
https://www.quora.com/What-are-some-of-the-most-bizarre-fan-theories-about-the-Harry-Potter-series-which-may-be-true/answer/Yedu-Krishnan-1
https://moviepilot.com/posts/2327736?lt_source=external,manual
http://harrypotter.wikia.com/wiki/Charlus_Potter%27s_son
http://wizardsandwhatnot.com/2016/12/22/j-k-rowling-rita-skeeter/